วันนี้จะมารีวิวอุปกรณ์ที่เชื่อว่าตากล้องทุกคน ต้องเคยใช้มาก่อน และหลายๆคนมีติดกล้องไว้เสมอนอกจากกล้องกับเลนส์ อุปกรณ์ที่ว่าก็คือ ฟิลเตอร์ (filter) ครับ ถามว่าเราใส่ฟิลเตอร์กันทำไม ผมมองเห็นประโยชน์สองอย่างหลักๆนะครับ


1. ป้องกันหน้าเลนส์ จากฝุ่น ละอองน้ำ สะเก็ดหิน,ทราย การกระทบกระแทก อย่างเวลาเราไปเดิน trekking, hiking ผมจะไม่ปิดฝาหน้าเลนส์เลยนะครับ กลัวพลาดจังหวะดีๆ อันนี้ก็ทั้งฝุ่น กิ่งไม้ trekking pole อัดเข้ามาที่หน้าเลนส์เป็นระยะ ก็ได้เจ้าฟิลเตอร์กับ hood ที่ช่วยกันไว้ครับ

2. ใช้เพื่อเพิ่มคุณลักษณะพิเศษบางอย่างให้กับภาพ เช่น CPL ใช้ลดแสงสะท้อน, ND ใช้ลดแสงที่เข้ามาที่เลนส์, ฟิลเตอร์สีในการถ่ายขาวดำ, soft focus filter, cross filter, light pollution eliminated filter
     แต่เมื่อเราเพิ่มชิ้นแก้วเข้ามาอยู่หน้าเลนส์ ต่อให้มันเทพยังไงก็ตาม มันก็เกิดผลเสียตามมาครับ คือ การเสียแสง และการเพิ่มโอกาสในการเกิด ghost และ flare ในภาพของเรา บางอันอาจจะทำให้สีเพี้ยนไปหรือหนักๆหน่อยทำให้รายละเอียดของภาพลดความคมของภาพลดลง

          มีได้ก็มีเสียตามที่บอกมานะครับ เสียมากก็ราคาถูก เสียน้อยก็ราคาแพง เสียน้อยมากก็ราคาแพงมาก ขึ้นอยู่กับว่างานของเรามันสำคัญแค่ไหน ถ้าต้องไปในสถานที่บางแห่งที่ชีวิตนึงอาจจะไปได้ครั้งเดียว เลนส์ต้องลดโอกาสที่จะพัง แบบนี้คงต้อง ใช้ฟิลเตอร์แบบแพงมาก ใช่ไหมครับ ฟิลเตอร์แพงมันดียังไง พวกนี้มักจะเลือกใช้ชิ้นแก้วชั้นดีร่วมกับการเคลือบผิวทั้งสองด้านแบบหลายๆชั้นลดการสะท้อนกลับของแสงทำให้เสียแสงน้อย ความเพี้ยนของสีต่ำ ขอบบางไม่เพิ่มโอกาสการเกิด vignett น้ำหนักเบา

          แต่ในโลกของความเป็นจริงนะครับ ของแพงไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป มันต้องพิสูจน์ ทาง Mark Macross บริษัทผู้นำเข้าฟิลเตอร์ Kenko อย่างเป็นทางการ ได้ให้ผมยืมฟิลเตอร์มาใช้งานและทดสอบ สองรุ่นด้วยกันนะครับ คือ Zeta Quint กับ Celeste (อันนี้ผมชอบชื่อมันนะมันคล้ายสีประจำยี่ห้อจักรยานที่ผมชอบมาก)

          สำหรับฟิลเตอร์แบรนด์นี้ Kenko เป็นแบรนด์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานมาถึง 60ปี และมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ Kenko ถือว่าเป็นแบรนด์ฟิลเตอร์อันดับ1 ของประเทศญี่ปุ่น ผลิตตั้งแต่กล้องส่องทางไกลและกล้องจุลทรรศน์ไปจนถึงฟิลเตอร์และอุปกรณ์เสริมเกี่ยวการถ่ายภาพ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้า OEM ให้กับกล้องแบรนด์ชั้นนำของโลก          

          ฟิลเตอร์ Kenko Zeta Quintเป็นฟิลเตอร์เกรด Premium ที่สุดที่มีวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และฟิลเตอร์ Kenko Celeste เป็นฟิลเตอร์เกรด Premium อีกหนึ่งรุ่นที่มีวางจำหน่ายไปทั่วโลก #kenko-thailand

          ผมค้นๆดูลักษณะเด่นของทั้งสองตัวเป็นดังนี้ครับ Zeta Quint ตัวนี้เน้นเรื่องความทนทาน ทำความสะอาดง่าย และตัดแสง UV ได้ดี (ถ่าย landscape ด้วยแสงธรรมชาติน่าจะเข้าทางนะ)

          Celeste ตัวนี้มันลด ghost ลด flare ได้ดีมากเป็นพิเศษ ทำความสะอาดง่ายอีกนั่นแหละ (เอาไปส่องไฟเล่นตอนกลางคืนน่าจะดีนะ)

          ผมเอาตัว Zeta Quint ติดหน้าเลนส์ AFS 24-120 F4 VR, Celeste ติดหน้าเลนส์ AFS 80-400 VR nano และ AFS 20 F1.8 ใช้งานตลอดทริปที่ไปเดิน K2 base camp, Gondogoro pass, Fairly Meadows, Nanga Parbat Viewpoint ผลจากการใช้งานของทั้งสองตัว ในภาคสนาม คือ น่าพอใจอย่างยิ่งครับ กลางวัน 40 องศา กลางคืน -20 องศา ฝุ่น ทราย ล้มกระแทก trekking pole อัดเข้าหน้าเลนส์ตรงๆ ไม่สร้างรอยอะไรเลย ทุกๆเย็นพอถึงแค้มป์

          ผมใช้แค่ลูกยางเป่า กับผ้า microfiber ชุบน้ำสะอาดเช็ด ง่ายและเร็ว หน้าฟิลเตอร์ก็ใสปิ๊งให้ได้ใช้งานทุกเช้าครับ (ถ้าเคยใช้ multicoated filter รุ่นก่อนๆจะรู้ดีนะครับ ว่าเวลาเช็ดแล้วมัน smear จะเซ็งขนาดไหน ต้องพกตัว lens pen เอาไว้คอยแก้ เหนื่อยมากๆ) ส่วนคุณภาพของภาพที่ได้ ผมใช้กล้อง D800 กับ D800E รายละเอียดมาครบครับ นับขนตาม้า เพ่งหาคนเดินในระยะเกือบสิบกิโลในภาพจากเลนส์เทเล มาเต็มๆ ย้อนแสง ghost, flare ก็มาสิครับ ขนาดถอดฟิลเตอร์มันก็มาใส่มันจะเหลือเรอะ แต่ผมไม่รู้สึกว่ามันมามากกว่าปกตินะ (รู้นะว่าคิดอะไรอยู่ ผมไม่ได้อวย ดูผลการทดสอบจากภาพด้านบนครับครับ)

สองภาพนี้ใช้ฟิลเตอร์ Celeste ใส่หน้าเลนส์ 20 F1.8 เพื่อถ่ายดาว

           ภาพต่อไปนี้ใช้ฟิลเตอร์ Zeta Quint ใส่หน้าเลนส์ 24-120 F4 จะเห็นได้ว่ารายละเอียดคอนทราสท์ไม่หาย และสภาพภูมิประเทศลุยๆแบบนี้พอใช้แล้วทำความสะอาดสะดวกมากครับ 

          ระหว่างเดิน trekking ผมพกกล้องแบบนี้นะครับและไม่ปิดฝาครอบเลนส์ แต่ละวันเดิน 8-12 ชั่วโมงครับ

สรุปเลยนะ
1. ไปถ่ายกลางวัน ในที่โหดๆ อยากจะทำความสะอาดง่ายๆ ทน ถึก เบา ซื้อ Zeta Quint
2. ไปถ่ายแสงเข้าเลนส์เต็มๆ เช่น หลอดไฟกลางคืน  ถ่ายดวงอาทิตย์ย้อนแสง ถ่ายดาวแบบไม่อยากเสียแสง ซื้อ Celeste ครับ
ทั้งสองตัวราคาไม่ถูกนะครับ ซื้อเลนส์คิทมือสองได้เลย แต่ก็ตามที่ผมบอกครับ ถ้าภาพนั้นมันต้องได้ ทริปนั้นอาจจะมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต อันนี้ต้องตัดสินใจกันเองละครับ สำหรับผมผมว่าคุ้มนะ

ขอบคุณข้อมูลจาก:Mr.Sayam 

https://goo.gl/dtCt8E